Ulthera vs HIFU ต่างกันยังไง? ไขข้อสงสัยก่อนเลือกทำ

เมื่อายุมากขึ้นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นจะมาควบคู่กับความหย่อนคล้อยของใบหน้า ที่ทำให้หลายคนที่อยากแก้ไขปัญหานี้เลยต้องหาวิธีที่จะช่วยกระชับผิว ซึ่งในตอนนี้มีวิธีที่จะช่วยให้ผิวกลับมากระชับหลากหลายมากๆ แต่วิธีที่ได้รับความนิยมอันดับต้นๆก็หนีไม่พ้น Ulthera กับHIFU จนทำให้หลายคนตั้งคำถามว่าอะไรดีกว่ากันแตกต่างกันอย่างไร มีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง เรามาไขข้อข้องใจทุกปัญหาด้วยกันเลย
Ulthera คืออะไร?
Ulthera เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ที่มีพลังงานสูงและมีความเฉพาะเจาะจง สามารถส่งพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า ทำให้ Ulthera สามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผิวหน้าจึงดูตึงกระชับและดูอ่อนเยาว์ขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด
ข้อดีของ Ulthera
- ให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและอยู่ได้นาน 1-2 ปี
- เห็นผลลัพธ์หลังทำทันทีบางส่วน และดีขึ้นเรื่อย ๆ ใน 2-3 เดือน
- เจาะจงชั้นผิวได้ลึกถึงระดับ SMAS
- ได้รับการรับรองจาก FDA (องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา)
ข้อเสียของ Ulthera
- อาจมีอาการเจ็บขณะทำ ต้องใช้ยาชาเฉพาะที่ช่วยบรรเทา
- ราคาสูงกว่าการทำ HIFU เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีระดับสูง
HIFU คืออะไร?
HIFU เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวโดยใช้คลื่นอัลตราซาวด์ แต่พลังงานของ HIFU จะมีความเข้มข้นต่ำกว่า และสามารถยิงพลังงานได้หลายระดับ ตั้งแต่ชั้นผิวหนังแท้จนถึงชั้น SMAS แต่ไม่สามารถเจาะจงชั้นผิวได้ลึกและแม่นยำเท่ากับ Ulthera
ข้อดีของ HIFU
- ค่าใช้จ่ายถูกกว่า Ulthera เหมาะกับผู้ที่มีงบประมาณจำกัด
- เจ็บน้อยกว่า Ulthera ทำให้ไม่ต้องใช้ยาชา
- สามารถทำซ้ำได้บ่อย ๆ ทุก 3-6 เดือน
ข้อเสียของ HIFU
- ผลลัพธ์อยู่ได้น้อยกว่าประมาณ 3-6 เดือน
- ประสิทธิภาพในการกระตุ้นคอลลาเจนอาจไม่ลึกเท่า Ulthera
- อาจต้องทำซ้ำหลายครั้งเพื่อให้เห็นผลที่ชัดเจน
เปรียบเทียบ Ulthera vs HIFU
- ระดับการส่งพลังงาน: Ulthera เจาะจงที่ชั้น SMAS อย่างแม่นยำ ส่วน HIFU ยิงได้หลายระดับแต่ไม่แม่นยำเท่า
- ระยะเวลาการเห็นผล: Ulthera เห็นผลบางส่วนทันที และดีขึ้นใน 2-3 เดือน ส่วน HIFU เห็นผลทันที และดีขึ้นใน 1-2 เดือน
- ระยะเวลาคงอยู่: Ulthera อยู่ได้นาน 1-2 ปี ส่วน HIFU อยู่ได้ 3-6 เดือน
- ความเจ็บขณะทำ: Ulthera มีอาการเจ็บ ต้องใช้ยาชา ส่วน HIFU เจ็บน้อยกว่า ไม่ต้องใช้ยาชา
- ค่าใช้จ่าย: Ulthera สูงกว่า HIFU
Ulthera หรือ HIFU แบบไหนเหมาะกับใคร
Ulthera เหมาะกับใคร
- มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยระดับปานกลางถึงมาก
- ต้องการผลลัพธ์ที่อยู่ได้นานและชัดเจน
- สามารถรับความเจ็บปวดเล็กน้อยขณะทำได้
- มีงบประมาณที่สูงพอสมควร
HIFU เหมาะกับใคร
- มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง
- ต้องการการยกกระชับแบบไม่เจ็บมาก
- งบประมาณจำกัด แต่ต้องการฟื้นฟูผิว
- ต้องการทำบ่อย ๆ เพื่อคงผลลัพธ์ไว้
ทำ Ulthera หรือ HIFU ที่ไหนดี
หากคุณต้องการทำ Ulthera หรือ HIFU ควรเลือกคลินิกที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเครื่องมือที่ได้มาตรฐาน ควรตรวจสอบรีวิว และสอบถามรายละเอียดก่อนตัดสินใจ ที่สำคัญอย่าหลงเชื่อโปรโมชั่นราคาถูกเกินไป เพราะอาจเป็นเครื่องปลอมที่ให้ผลลัพธ์ไม่ดี
สรุป Ulthera vs HIFU แบบไหนดีกว่ากัน
- หากคุณต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนและอยู่ได้นาน เลือก Ulthera
- หากคุณต้องการยกกระชับแบบเจ็บน้อยและราคาถูกกว่า เลือก HIFU
- หากยังไม่แน่ใจว่าควรทำแบบไหน แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ได้คำแนะนำที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณที่สุด
- หากคุณต้องการความเป๊ะในระยะยาว Ulthera คือคำตอบ
Ulthera และHIFUต่างมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการผลลัพธ์แบบไหนและควรเลือกหัตถการที่เหมาะกับคุณที่สุดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตามตรงความต้องการของคุณที่สุด หากคุณกำลังมองหาคลินิกที่เชื่อถือได้ในการทำ Ulthera แนะนำ Issavee Clinic คลินิกความงามที่ให้บริการด้วยเทคโนโลยีแท้ ได้มาตรฐาน และดำเนินการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ใช้เครื่อง Ulthera ของแท้ที่ได้รับการรับรองจาก FDA สหรัฐอเมริกา คุณภาพสูงที่ให้ผลลัพธ์อย่างมีประสิทธิภาพ